ข้อควรรู้กับอาหารสุนัข

สำหรับอาหารสุนัขในบ้านเรานั้น ก็มีอยู่หลากหลายยี่ห้อเหมือนกันนะคะ แล้วยี่ห้อไหนเป็นอย่างไร ดีไม่ดีอย่างไร อาจจะไม่ใช้คำตอบที่ถูกต้องนัก แต่วิธีการที่จะให้อาหารแก่สุนัขแสนรักของเราได้อย่างเหมาะสมต่างหากคือสิ่งที่ควรจะใส่ใจ

อาหารสุนัขแต่ละยี่ห้อจะมีปริมาณสารอาหารที่แตกต่างกันคะ เพราะฉะนั้นเราควรจะมาเรียนรู้วิธีอ่านปริมาณอาหารสุนัขเสียก่อน

เริ่มแรก มาตรฐานอาหาร
โดยปกติแล้ว อาหารสัตว์เลี้ยงที่ได้มาตรฐานจะมีคำว่า "ชื่อยี่ห้อ" is formulated to meet the nutritional levels established by the AAFCO (Dog/Cat) Food Nutrient Profiles ซึ่งเป็นหน่วยงานที่คอยดูแลเรื่องมาตรฐานอาหารสัตว์โดยตรง มีฉลากตรงนี้ไว้อุ่นใจกว่าค่ะ และเรียกว่าเป็นด่านแรกที่ต้องทำในการเลือกซื้ออาหารสุนัข หรืออาหารแมว รวมไปถึงอาหารสัตว์อื่นๆ อีกด้วย

ดังนั้น AAFCO ถือเป็นด่านแรกในการเลือกซื้ออาหารสุนัข และอาหารสุนัขส่วนใหญ่ในบ้านเราก็ผ่านมาตรฐานนี้แทบทั้งสิ้น

อันดับต่อมา อ่านปริมาณส่วนประกอบ
ควรอ่านส่วนประกอบที่ใช้ในการทำอาหารสุนัขข้างผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด รวมไปถึงปริมาณของแคลอรี่ที่ให้แก่สุนัข เพราะสุนัขแต่ละสายพันธุ์ต้องการปริมาณแคลอรี่ไม่เท่ากันค่ะ โดยเฉพาะสุนัขขนาดใหญ่ ต้องดูแลไปถึงปริมาณแคลลอรี่ และควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนเกินไป เพราะจะมีปัญหาเรื่องไขข้อได้ในอนาคต ในจุดนี้บางบริษัทก็ทำสูตรสำเร็จเฉพาะสำหรับสุนัขแต่ละแบบไว้เลย อันนี้ก็สะดวกดีเหมือนกันคะ

รู้เท่าทัน คำชวนเชื่อ
ส่วนมากการใช้ถ้อยคำ ถือเป็นวิธีการอันแยบยลของผู้ขาย ไม่ว่าจะเป็น natural หรือ organic หรือ premium คำเหล่านี้มักถูกนำมาใช้เพื่อการโฆษณา
คำว่า natural หมายถึงไม่มีการใช้สารเคมี ไม่แต่งสี แต่งรส
คำว่า premium หรือ gourmet หรือคำที่ใกล้เคียงก็เป็นคำเพื่อการโฆษณาว่าอาหารนี้ไม่ได้ผลิตจากอาหารที่เหลือจากกระบวนการผลิตอาหารอื่น
คำว่า organic pet food ก็หมายถึงไม่มีการเติมสารเคมีลงไปในอาหาร เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้

เป็นไงบ้างคะ สำหรับวิธีการเลือกซื้ออาหารสุนัข ยากเกินไปรึเปล่า? เพื่อสุขภาพที่ดีของสุนัข ก็ควรจะเลือกอาหารให้ตรงกับความต้องการของเขามากที่สุด และต้องคำนึงถึงเกรดของอาหารด้วยค่ะ

แสดงความเห็น
comments powered by Disqus